top of page
ค้นหา

ความจริงเรื่อง หญ้าปักกิ่ง กับ สรรพคุณรักษามะเร็ง สิ่งที่งานวิจัยพูด และสิ่งที่งานวิจัยไม่เคยพูด

  • Mor Zinzae
  • 6 วันที่ผ่านมา
  • ยาว 6 นาที

สวัสดีจาก สุเวชช์ อีกเช่นเคย วันนี้พูดเรื่อง หญ้าปักกิ่ง  หรือ หญ้าแอกวัว สิ่งที่งานวิจัยพูด และสิ่งที่งานวิจัยยังไม่เคยพูด

.

มีสมุนไพรไม่กี่ชนิดในเมืองไทยที่ถูกส่งต่อกันด้วยความหวังมากเท่า หญ้าปักกิ่ง (北京草) พืชชนิดนี้ได้รับอีกชื่อในไทยว่า "หญ้าเทวดา (灵芝草) " ถูกแจกฟรีให้ผู้ป่วยมะเร็งมาหลายสิบปี ถูกปลูกในกระถางหลังบ้านของครอบครัวที่กำลังเฝ้ารอปาฏิหาริย์ และถูกแชร์ในไลน์กลุ่มพร้อมประโยคที่ทรงพลังที่สุดในโลก — "มีงานวิจัยรองรับ"

.

ประโยคนั้นไม่ผิด แต่ก็ไม่ครบครับ และในเรื่องที่เกี่ยวกับสุขภาพอนามัยของคนนั้น "ข้อมูลที่ไม่ครบ" ก็อาจอันตรายพอ ๆ กับ "ข้อมูลที่ผิด" บทความนี้จึงไม่ได้เขียนขึ้นเพื่อทำลายความหวัง แต่เพื่อวางเส้นแบ่งให้ชัด ระหว่างสิ่งที่วิทยาศาสตร์ พิสูจน์แล้วจริง ๆ  สิ่งที่มีตำรารองรับ เช่น ตำราการแพทย์ ตำราสมุนไพรจีน ตำราวิชาแพทย์จีน กับสิ่งที่เรา อยากให้มันจริง

.

ประโยชน์ของบทความนี้นอกจากเรื่อง หญ้าปักกิ่ง แล้ว ยังจะช่วยให้ท่านเข้าใจวิธีการอ่านข่าวที่เกี่ยวกับสมุนไพรจีน หรือ การรักษาด้วย สมุนไพร หรือ การแพทย์ทางเลือกได้อย่างดีขึ้นด้วย ครับ

.

ก่อนอ่านต่อ — 3 ข้อที่ต้องรู้ก่อน

1. หญ้าปักกิ่งไม่ใช่ยารักษามะเร็ง — ยังไม่มีงานวิจัยทางคลินิกในมนุษย์ยืนยันว่า หญ้าปักกิ่งช่วยรักษามะเร็งได้ ผลที่พบทั้งหมดเป็นเพียงระดับเซลล์ในหลอดทดลอง และในสัตว์ทดลองเท่านั้น ต่อให้มีตำราการแพทย์แผนจีนรับรอง นั้นก็เป็นเรื่องของเนื้องอก หรือ เนื้อร้ายบางชนิด หรือ ส่วนหนึ่งของการรักษาทั้งหมดสำหรับมะเร็ง ไม่ได้แปลว่า หญ้านี้ สามารถนำมาทานหรือดื่มแล้วช่วยรักษามะเร็งได้

2. ห้ามใช้แทนหรือชะลอการรักษาหลัก — การผ่าตัด เคมีบำบัด และฉายรังสี คือการรักษาที่มีหลักฐานรองรับ การรอดูผลของสมุนไพรอาจทำให้เสียเวลาสำคัญที่สุดของผู้ป่วยไป คือ อาจจะทำให้ได้รับการรักษาล่าช้า ในสมุนไพรที่ยังไม่มีผลรับรองทางการแพทย์แน่ชัด 

3. ต้องบอกแพทย์ทุกครั้งที่ใช้สมุนไพร — เพราะสมุนไพรบางชนิดสรรพคุณอาจจะกระทบกับยาแผนปัจจุบันที่ใช้รักษาอยู่ได้ เพราะนี่ไม่ใช่โรคทั่วไป เรากำลังพูดถึงการรักษามะเร็งหรือเนื้องอก ซึ่งโดยส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะเลือกแพทย์แผนปัจจุบันเป็นทางรักษาหลัก และผู้ป่วยโรคไตหรือมีประวัตินิ่วต้องระวังเป็นพิเศษ (เหตุผลอยู่ในตอนที่สี่)


.

สิ่งที่หญ้าปักกิ่ง มีจริง เป็นจริง

เริ่มจากข่าวดีก่อน เพราะมันมีจริง และน่าสนใจกว่าที่หลายคนคิด หญ้าปักกิ่ง มีชื่อวิทยาศาสตร์ Murdannia loriformis เป็นพืชวงศ์ผักปลาบ (Commelinaceae — 鸭跖草科) ที่งานวิจัยไทยให้ความสนใจมายาวนาน คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บันทึกไว้ว่างานวิจัยหญ้าปักกิ่งได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยมหิดล (2532–2537) องค์การเภสัชกรรม (2542–2543) กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ (2546) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ¹

สารสำคัญที่ค้นพบคือ ไกลโคสฟิงโกไลปิด (Glycosphingolipid) ชนิดที่เรียกกันว่า G1b ² และนี่คือสิ่งที่งานวิจัยพบจริง:

ในหลอดทดลอง สารไกลโคสฟิงโกไลปิดที่แยกได้จากหญ้าปักกิ่ง แสดงความเป็นพิษต่อ เซลล์มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งปอด และ มะเร็งตับ ที่ความเข้มข้น 8, 14.5, 12 และ 25 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร ตามลำดับ ³

ด้านภูมิคุ้มกัน น้ำคั้นและสารบริสุทธิ์กระตุ้นการแบ่งตัวของเม็ดเลือดขาว PBMC และเพิ่มอัตราส่วน CD3,4 : CD3,8 ในเซลล์ทีลิมโฟไซต์ ⁴ (ดีต่อระบบภูมิคุ้มกัน)

ในหนูทดลอง สารสกัดแสดงฤทธิ์ต้านการอักเสบ ระงับปวด ลดไข้ ⁵ ป้องกันแผลในกระเพาะอาหาร ⁶ และยับยั้งการก่อกลายพันธุ์จากอะฟลาทอกซิน ⁷

พูดในภาษาที่เข้าใจง่าย: หญ้าปักกิ่ง ไม่ใช่ของหลอกลวง เป็นสมุนไพรจีน ที่มีสารออกฤทธิ์จริง มีงานวิจัยจริง ตีพิมพ์ในวารสารสากลจริง ใครที่บอกว่า "สมุนไพรชนิดนี้ไม่มีผลอะไรเลย" ก็พูดไม่ถูกเหมือนกันครับ

.

ไม่มีสมุนไพรชื่อ หญ้าปักกิ่ง ในตำรับยาจีน

การใช้คำว่า "หญ้าปักกิ่ง" ซึ่งเป็นชื่อเมืองหลวงของจีน หรือ หญ้าเทวดา ตามที่คนไทยแปลเป็นภาษาไทยใช้กัน อาจจะทำให้หลายคนเข้าใจว่านี่คือยาจีนโบราณขนานเอก

ความจริงคือ ชื่อ "หญ้าปักกิ่ง" และ "หญ้าเทวดา" เป็นชื่อที่เรียกกันในไทย ไม่ใช่ชื่อในตำรับยาจีน ชื่อทางการในเภสัชตำรับจีนคือ หนิวเอ้อเฉ่า (牛轭草 หญ้าแอกวัว) มีชื่อพ้องว่า หงเหมาเฉ่า (红茅草) และ ตี้หลานฮวา (地蓝花) ส่วนใน ตำรายาเสฉวน 《四川中药志》เรียกว่า เสียเยี่ยสุ่ยจู๋เยี่ย (狭叶水竹叶)

.

ตำรายาสมุนไพรจีน และตำราการแพทย์แผนจีน บันทึกสรรพคุณเอาไว้ใน ตำรา 《中华本草》 (จงหัวเปิ่นเฉ่า — ประมวลสมุนไพรจีน) ซึ่งเป็นตำราอ้างอิงมาตรฐาน ระบุไว้ว่า

หญ้าแอกวัว หรือที่คนไทยเรียกหญ้าปักกิ่ง เป็นสมุนไพรที่มี ฤทธิ์เย็น (寒) รสหวาน (甘) จืด (淡) และขมเล็กน้อย (微苦) สรรพคุณคือ

1.ช่วยระบายความร้อนและระงับไอ (清热止咳)

2.ขับพิษ (解毒)

3.ขับปัสสาวะ (利尿)

ส่วนข้อบ่งใช้นั้นครอบคลุมอาการดังนี้

1.ไข้สูงในเด็ก (小儿高热)

2.ไอจากปอดร้อน (肺热咳嗽)

3.ตาแดงบวมเจ็บ (目赤肿痛)

4.ท้องเสีย หรือโรคบิดจากความร้อน (热痢)

4.ฝีหนอง (疮痈肿毒)

5.ปัสสาวะขัดจากความร้อน (热淋) และปัสสาวะไม่คล่อง (小便不利)

โดยใช้ต้มดื่ม (煎汤内服) ครั้งละ 15–30 กรัม หรือใช้ภายนอกด้วยการตำพอก (捣敷) ¹¹

.

ถ้าเราจะใช้สายตาการศึกษาสมัยใหม่ หรือ การแพทย์แผนตะวันตกมองสรรพคุณ และบันทึกเกี่ยวกับ หญ้าปักกิ่งนี้จะพบว่า ไม่มีสรรพคุณใดเขียนว่า รักษา มะเร็ง (癌症) หรือ ก้อนเนื้อ (肿瘤) ในบันทึกเลย กรอบของแพทย์แผนจีน หญ้าแอกวัว คือสมุนไพรที่อยู่ในยากลุ่ม "ระบายความร้อน ขับพิษ" (清热解毒) ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ที่มีสมุนไพรนับร้อยชนิด ใช้กับภาวะร้อนเฉียบพลัน เช่น ไข้ ไอ ฝี ตาแดง เป็นสมุนไพรสามัญ ไม่ใช่ยาวิเศษที่มีสรรพคุณครอบจักรวาล หรือ รักษามะเร็งได้โดยตรง หากจะว่าไปดูเหมือน สรรพคุณด้านการรักษามะเร็งจะมาจาก การใช้แบบพื้นบ้านที่เกิดขึ้นในไทยเอง ในช่วงไม่กี่สิบปีมานี้ กับ งานวิจัยที่หน่วยงานหลายที่ของไทยให้การยอมรับหรือสนับสนุนโครงการ

.

หากอยากเห็นภาพชัดขึ้นว่าแพทย์จีนใช้สมุนไพรตัวนี้ทำอะไร ลองดู 《四川中药志》 (ตำรายาจีนแห่งเสฉวน) ฉบับปี 1982 ซึ่งบันทึกตำรับผสมไว้สามสูตร (ในตำราเรียกชื่อว่า 狭叶水竹叶 — เสียเยี่ยสุ่ยจู๋เย่) ¹²

ตำรับที่หนึ่ง ใช้กับ อาการไอจากปอดร้อน เสมหะมากสีเหลืองข้น (肺热咳嗽,痰多黄稠) ดังนี้ผสม หญ้าปักกิ่งหรือหญ้าแอกวัว (牛轭草) 12 กรัม เข้ากับ จูจงเฉ่า (猪鬃草) 12 กรัม ตี้ไป๋ไช่ (地白菜) 12 กรัม เสอหาน (蛇含) 12 กรัม และจี๋เสียงเฉ่า (吉祥草) 30 กรัม ต้มดื่ม (水煎服)

ตำรับที่สอง ใช้กับ ฝีหนองบวมเป็นพิษ (痈肿疔毒) โดยนำ หญ้าปักกิ่ง กับ จื่อฮวาตี้ติง (紫花地丁 หรือ ดอกดินสีม่วง) ในปริมาณพอเหมาะ ตำพอกภายนอก (捣烂外敷)

ตำรับที่สาม ใช้กับ ปัสสาวะขัด แสบร้อน สีเข้ม (热淋,小便短赤) โดยผสม หญ้าปักกิ่ง 15 กรัม เข้ากับ สุ่ยเติงซิน (水灯心) 15 กรัม เชอเฉียนเฉ่า (车前草) 15 กรัม และผู่กงอิง (蒲公英) 15 กรัม ต้มดื่ม (水煎服)

ทั้งสามตำรับคือ ไอ ฝีหนอง และปัสสาวะขัด ล้วนเป็นภาวะร้อนเฉียบพลันธรรมดา ๆ ไม่มีตำรับใดเกี่ยวกับเนื้องอกหรือมะเร็งเลย

.

ตำรับเหล่านี้นำมาแสดง เพื่อเป็นหลักฐานทางวิชาการว่าตำราแพทย์จีนใช้สมุนไพรนี้ทำอะไร ไม่ใช่เพื่อให้ไปปรุงทานเอง เพื่อหวังสรรพคุณจะช่วยเรื่องมะเร็งได้อย่างเฉียบขาด การใช้ยาจีนต้องผ่านการวินิจฉัยแยกกลุ่มอาการ (辨证) โดยแพทย์แผนจีนที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ เพราะสมุนไพรตัวเดียวกันอาจเป็นคุณกับคนหนึ่ง และเป็นโทษกับอีกคนหนึ่ง ประโยคนี้ต้องระวังมากๆ โครงสร้างการศึกษาและการใช้สมุนไพรจีนหลายพันปี นำยาสมุนไพรและอาการของโรคเฉพาะรายเฉพาะคนยึดโยงกันเอาไว้ สมุนไพรตัวนึงอาจจะช่วยแก้ไข้แก้ไอให้คนนึง ที่ร่างกายพื้นฐาน และความป่วยเจ็บที่จรมาเป็นแบบนี้ ในฤดูนี้ หรือเวลานี้ แต่เมื่อเปลี่ยนเวลา หรือเปลี่ยนอาการ หรือเปลี่ยนคน อาจจะกลับทำให้อาการแย่ลงหรือหายได้ช้า การจะใช้สมุนไพรให้ได้ผลจึงควรใช้ตามระบบที่ท่านได้สั่งสม สั่งสอนต่อกันมาแบบนี้ ซึ่งต่างจากการใช้ยาของแพทย์แผนตะวันตกนี่เน้นความเป็นสากลว่า ไม่ว่าจะเป็นใคร ฤดูไหน เวลาไหน ถ้ายานี้มีสรรพคุณแบบนี้ ก็ต้องให้ผลกับทุกๆคนเสมอกัน นี้เป็นจุดเด่น และเป็นจุดแตกหักที่ทำให้ การแพทย์ทั้งสอง ควรถูกใช้อย่างรู้จักระบบและเหมาะสมกับคนไข้ที่ไม่เหมือนกัน

.

เช่นเดียวกัน ระบบงานวิจัย จะนำมาใช้ในการวินิจฉัยทั้งหมดว่า หญ้าปักกิ่งไม่มีสรรพคุณในการบรรเทาโรคมะเร็งเลยก็ไม่ได้ หากว่ายังไม่ได้ทดลองกับคน หรือ ยังไม่มีตำราไหนบันทึกว่า รักษามะเร็งหรือเนื้องอกชัดๆ ก็เท่ากับรักษาไม่ได้นั้น ไม่ถูกต้อง เพราะตำรายาจีน เราใช้กลุ่มยาที่ ช่วยขับความร้อน ช่วยระบายพิษ ช่วยเรื่องฝีเรื่องหนอง ในการช่วยหรือบรรเทารักษาอาการเนื้องอกหรือมะเร็งเป็นส่วนใหญ่ แต่ประกอบขึ้นเป็นตำรับเพื่อให้ยาแต่ละตัวช่วยกัน หรือเสริมฤทธิ์ และลดฤทธิ์บางอย่างที่เราไม่ต้องการออก เพื่อสุขภาพที่ดีของคนไข้

.

ข้อควรระวังที่ตำราจีนเตือนไว้สำหรับ หญ้าปักกิ่ง 

เนื่องจากเป็นสมุนไพร ฤทธิ์เย็นจัด ผู้ที่มีภาวะ "ม้ามและกระเพาะอาหารเย็นพร่อง หรือระบบการเผาผลาญและดูดซึมไม่ค่อยดี" (脾胃虚寒) เช่นมีอาการเช่น ท้องอืด ถ่ายเหลว มือเท้าเย็น เบื่ออาหาร) ไม่ควรใช้บ่อยหรือใช้มาก เพราะจะยิ่งทำให้ระบบย่อยอ่อนแอลง ¹¹ คำว่าระบบย่อยอ่อนแอลงนี้เป็นคำสำคัญที่ควรจำไว้ให้ดี เพราะจริงๆ นอกจากเกี่ยวกับการย่อยแล้ว คำๆนี้ยังเกี่ยวไปถึงการเผาผลาญสารอาหารที่สำคัญของร่างกาย การดูดซึมสารอาหาร และความมีเรี่ยวแรงของอวัยวะบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับกระเพาะหรือม้ามในตำราแพทย์จีนด้วย เช่น หัวใจ ปอด และสมอง เพราะการแพทย์จีนเชื่อว่าทุกอย่างเชื่อมถึงกันและส่งผลต่อกัน คำพูดในวิชาแพทย์จีนบางคำดูเหมือนเป็นคำพูดทั่วไปแต่จริงๆไม่ใช่ทั่วไป (脾胃) คำๆนี้หมายถึง ระบบการย่อยการดูดซึม และพลังของอินหยางด้วย เส้นลมปราณด้วย ไม่ได้หมายความแต่อวัยวะที่ชื่อว่า ม้ามกับกระเพาะอาหารเท่านั้น

.

ช่องว่างที่ไม่มีการกล่าวถึง

ทีนี้มาถึงจุดที่เปลี่ยนทุกอย่าง ลองอ่านคำที่ปรากฏซ้ำ ๆ ในย่อหน้าข้างบนอีกครั้ง — "ในหลอดทดลอง" และ "ในหนูทดลอง" แปลว่า ยังไม่มีงานวิจัยที่เกี่ยวกับคนหรือใช้ในคน

งานทบทวนวิชาการฉบับครอบคลุมที่สุดของหญ้าปักกิ่ง ตีพิมพ์ในวารสาร Evidence-Based Complementary and Alternative Medicine เมื่อปี 2021 สรุปไว้อย่างตรงไปตรงมาว่า ข้อมูลที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอ และจำเป็นต้องมีการศึกษาทั้งในระดับหลอดทดลอง สัตว์ทดลอง และการศึกษาทางคลินิกเพิ่มเติม ⁸

คำว่า "การศึกษาทางคลินิก" (Clinical Study) คือใจความหลักที่ชี้ขาดเรื่องนี้ และเป็นสิ่งสำคัญเมื่อท่านจะเชื่อหรือใช้ยาสมุนไพรใดๆไม่ว่าของไทยหรือจีนเพราะเชื่อคำว่า มีงานวิจัยที่เชื่อถือได้ ท่านต้องเข้าไปอ่าน หรือค้นหาดีๆว่า งานวิจัยเช่นว่านั้น วิจัยในระดับใด การศึกษาทางคลินิก" (Clinical Study) นั้น หมายถึงการทดลองในมนุษย์จริง มีกลุ่มควบคุม มีการวัดผลอย่างเป็นระบบ นี่คือขั้นที่แยก "สารที่ฆ่าเซลล์มะเร็งในจานเพาะเลี้ยง" ออกจาก "ยาที่รักษาคนได้จริง" และ งานวิจัยของหญ้าปักกิ่ง ยังไปไม่ถึงขั้นนั้น

.

สิ่งที่ควรทำความเข้าใจจริงๆคือ มีสารหลายพันชนิดฆ่าเซลล์มะเร็งได้ในจานเพาะเลี้ยง ถ้าจะพูดไปแล้วน้ำยาล้างจานก็ทำได้ ความท้าทายที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่การฆ่าเซลล์มะเร็ง แต่อยู่ที่การฆ่ามัน โดยไม่ฆ่าคนไข้ไปด้วย และการพิสูจน์ว่ามันไปถึงก้อนมะเร็งในร่างกายจริงได้ในความเข้มข้นที่พอ นั่นคือเหตุผลที่ยาต้านมะเร็งต้องผ่านการทดลองในมนุษย์หลายเฟส

.

สิ่งที่หน่วยงานราชการของไทยพูดไว้ (ตรงนี้สำคัญที่สุด)

ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย และสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ ได้ออกประกาศชัดเจนว่า ข้อมูลที่แชร์กันว่าหญ้าปักกิ่งรักษามะเร็งนั้น เป็นข้อมูลเท็จ โดยระบุว่า ยังไม่มีหลักฐานงานวิจัยทางคลินิกยืนยันแน่ชัดว่าหญ้าปักกิ่งรักษามะเร็งในมนุษย์ได้ ผลที่พบเป็นเพียงงานวิจัยระดับเซลล์ในห้องปฏิบัติการที่ยังต้องรอการศึกษาเพิ่มเติม ⁹

ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติเตือนไว้ด้วยประโยคที่ควรอ่านช้า ๆ ว่า การรับฟังข้อมูลที่ไม่ผ่านการตรวจสอบ อาจทำให้ประชาชนเข้าใจคลาดเคลื่อน และอาจลดโอกาสการรักษาทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐาน ¹⁰

นี่คือต้นทุนที่แท้จริงของชีวิต ไม่ใช่เงินค่าสมุนไพร แต่คือ เวลา ของผู้ป่วยระยะต้นที่รักษาหายได้ ซึ่งอาจจะต้องเสียไปกับการรอดูผลว่า น้ำคั้นหญ้าปักกิ่ง ตามที่เชื่อกันในไทย จะได้ผลสำหรับการรักษามะเร็งของตนเองไหม

.

ความย้อนแย้งชั้นที่สอง เรื่อง ไต

จากที่ได้เอ่ยในบทเกริ่นนำข้างต้น และนี่คือส่วนที่แทบไม่มีข่าวในไทย ที่สนับสนุนเรื่องหญ้าปักกิ่ง พูดถึงเลย ในสื่อออนไลน์ หญ้าปักกิ่ง ถูกแชร์ต่อกันในฐานะสมุนไพร "บำรุงไต" หรือแม้แต่ใช้กับสัตว์เลี้ยงที่ป่วยโรคไต แต่มีงานวิจัยยืนยันไปในทางที่ตรงข้าม

การวิเคราะห์องค์ประกอบพบว่าใบหญ้าปักกิ่งมี ออกซาเลต (Oxalate) สูงถึง 89.50 ppm ต่อกรัมน้ำหนักแห้ง และคณะผู้ทบทวนงานวิจัยระบุไว้ตรง ๆ ว่า เนื่องจากพืชนี้ถูกบริโภคสดหรือชงเป็นชา จึงควรมีการวิจัยเพิ่มเติมเรื่องความปลอดภัยจากปริมาณออกซาเลต เพราะออกซาเลตในระดับสูงเสี่ยงต่อ การเกิดนิ่ว แคลเซียมออกซาเลตในไต ⁸

ไม่ได้แปลว่ากินแล้วเป็นนิ่วทันที แต่แปลว่าคนที่ควรระวังที่สุดคือ ผู้ป่วยโรคไต ผู้มีประวัติเป็นนิ่ว  หรือรักษาโรคนิ่ว และคนที่กินต่อเนื่องปริมาณมาก ซึ่งบังเอิญเป็นกลุ่มเดียวกับที่ถูกชักชวนให้กินมากที่สุด และยังมีชุดงานวิจัยของพบว่า สารสกัดที่ความเข้มข้นสูง กลับกดการแบ่งตัวของเซลล์ที (T-cell) และเซลล์บี (B-cell) ซึ่งขัดกับภาพ "กระตุ้นภูมิคุ้มกัน" ที่เราคุ้นเคย คณะผู้ทบทวนจึงสรุปว่าผลด้านความเป็นพิษต่อระบบภูมิคุ้มกันของสารสกัดนี้ ยังต้องศึกษาต่อ ⁸

.

พูดโดยสรุปคือ หญ้าชนิดนี้อาจจะมีสรรพคุณที่ดีต่อระบบภูมิคุ้มกัน แต่งานวิจัยชิ้นหลังนี้บอกเราว่า ทานของที่มีสรรพคุณดี ในปริมาณที่ไม่พอเหมาะ หรือทานมากไป ไม่ได้แปลว่าดีเสมอไป การใช้หรือการทานสมุนไพรควรตระหนักในเรื่องนี้ให้มากๆ เพราะตำราการศึกษายาสมุนไพรจีนก็เน้นเรื่องนี้ หวงเหลียน (黄连) ในระดับที่พอเหมาะ ช่วยการนอน และช่วยคลายเครียด แต่ถ้ามากไปอาจจะทำให้มึนหรือเป็นลม หรือนอนไม่หลับได้ ต้าหวง (大黄) ในปริมาณที่พอเหมาะช่วยทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว ลำไส้ทำงานได้ดี คอบ่าไหล่หายตึง หรือช่วยขับถ่าย แต่ในปริมาณที่มากอาจจะทำให้เลือดออกในลำไส้ หรืออวัยวะสำคัญ ทำให้สมองเหนื่อยล้าหรืออ่อนแรง หรือส่งผลต่อตาและการมองเห็นได้ โสมคน (人参) ที่เรารู้จักกันดีในปริมาณที่พอเหมาะช่วยบำรุงชี่ และเมื่อชี่ดี เลือดก็ดี สมองแจ่มใส ร่างกายมีพลัง แต่ในทางกลับกัน เมื่อใช้ในปริมาณมาก หรือใช้ต่อเนื่อง อาจจะทำให้เกิดอาการชา ส่งผลที่ไม่ดีต่อคนเป็นโรคหัวใจ ส่งผลให้ไตทำงานหนัก หรือกระทบต่อการก้าวขา ยืดเหยียด การเดินในผู้สูงอายุ เพราะโสมมีสรรพคุณที่ส่งผลต่อตับหรือการทำงาน ของตับ เส้นเอ็น และกล้ามเนื้อในทางไม่ดีได้หากใช้ไม่เป็น

.

ดังภาษิตแพทย์จีน (中医谚语 หรือ 中医俗语) ว่า 大黄救人无功,人参杀人无过 (ต้าหวงจิ้วเหรินอู๋กง, เหยินเซินซาเหรินอู๋กั้ว) แปลว่า "ต้าหวงช่วยชีวิตคน แต่ไม่มีใครให้ความดีความชอบ ส่วนว่าโสมคนนั้น อาจจะเป็นนักฆ่าเงียบ แต่ไม่มีใครคาดถึงและนำมาสอบสวนความผิด" ต้าหวง (大黄 หรือโกฐน้ำเต้า) เป็นยาถ่ายรสขมฤทธิ์เย็นราคาถูก ใช้ถูกจังหวะ ถูกโรค ถูกคน สามารถช่วยชีวิตคนได้ แต่คนกลับไม่รู้สึกขอบคุณ เพราะมันขมและทำให้ท้องเสียทรมาน ส่วนโสม (人参) เป็นยาบำรุงราคาแพง ถ้าใช้ผิดคนก็ตายได้ แต่คนกลับไม่โทษโสม หรือไม่เอะใจเลยว่าที่ร่างกายแย่ลงหรือโรคร้ายลง อาจเพราะทานโสมแบบไม่รู้จักคุณและโทษ หรือน้ำหนักของยาไม่พอเหมาะ เพราะมันคือ "ของบำรุง" สะท้อนอคติของคนรักสุขภาพทั่วไปที่ชอบยาบำรุง ไม่ชอบยาระบาย ยาถ่าย มีอีกสำนวนหนึ่งที่ใช้แทนกันได้ คือ 黄连救人无功,人参杀人无过 (เปลี่ยน ต้าหวง เป็น หวงเหลียน) สองสำนวนมีความหมายเหมือนกัน

.

มีภาษิตจีนที่น่าสนใจเป็นข้อเตือนใจในการใช้ยา ซึ่งคิดว่า เตือนใจได้ทั้งยาสมุนไพร และยาสมัยใหม่ ยาแผนปัจจุบัน ดังนี้

1. ตำรา ซางหานเหิงลุ่น (伤寒恒论) โดย เจิ้งชินอาน 郑钦安 กล่าวว่า 昧者不明阴阳底蕴,畏姜附视若砒霜  แปลว่า ผู้ไม่เข้าใจแก่นของหยินหยาง ย่อมกลัวขิงกับฟู่จื่อราวกับเป็นสารหนู คือ คนตัดสินยาจากภาพลักษณ์ ไม่ใช่จากความเหมาะกับโรค ในเรื่องนี้กล่าวเตือนสติแพทย์ด้วย เพราะแพทย์จีนหลายคนเมื่อเห็นทั้ง ฤทธิ์ และ พิษ ของ ขิงแก่สด หรือ ขิงแห้งก็ตาม หรือ ฟู่จื่อ ก็มักจะกลัวและไม่กล้าใช้ หรือไม่กล้าใช้ในปริมาณมาก ทั้งๆที่บางทีหากว่า น้ำหนักยา หรือ ปริมาณยาไม่ถึง โรคก็ไม่ดีขึ้นหรือไม่หาย ไม่ได้แปลว่า เราจ่ายยาผิด หรือใช้ยาผิดตำรับเสมอไป

2.  คำกล่าวของม่อเหมยซื่อ (莫枚士) จาก (研经言·用药论二)

凡药能逐邪者,皆能伤正;能补虚者,皆能留邪 ยาที่มีฤทธิ์ขับพิษหรือขับของเสียได้ ก็ย่อมทำร้ายภูมิต้านทานหรือความแข็งแรงของร่างกายได้ (เหมือนข้างต้นที่บอกว่า น้ำยาล้างจานก็ฆ่าเซลล์มะเร็งได้เหมือนกัน แต่ที่เราต้องการคือ ฆ่าแต่เซลล์มะเร็งหรือเชื้อโรค แต่ไม่ฆ่าเจ้าของร่างกาย หรือไม่ทำร้ายคนป่วยให้แย่ลงไปด้วย) วรรคหลังแปลว่า ยาที่บำรุงความพร่องความป่วยเจ็บร่างกายได้ ย่อมกักเก็บ หรือหล่อเลี้ยงโรค เชื้อโรค หรือความป่วยเจ็บไว้ได้เช่นกัน หรือทำให้ ความป่วยเจ็บไม่หายไป ใช้คำว่าความป่วยเจ็บ เพราะ 邪 ของแพทย์จีนนั้นหมายถึงสิ่งที่ไม่ดีต่อร่างกายทั้งภายในและภายนอก เป็นนามธรรมก็ด้วย เช่น ลมฟ้าอากาศ ความร้อนความเย็น หรือจิตใจ หรือคำพูดแย่ๆของใครบางคนหรือเหตุการณ์แย่ๆที่ทำให้คนๆนั้นผ่านเหตุการณ์มาแล้วล้มเจ็บล้มป่วยได้ สำนวนนี้ดีมาก เพราะบอกเราว่า ไม่มียาชนิดไหนที่ "มีแต่คุณไม่มีโทษ"

3.ตำราเย่าจงซื่อเว่ย (药中四维 ยาสี่เสาหลัก) โดย แพทย์จีนเลื่องชื่อ จางจิ่งเยว่ (张景岳) กล่าวว่า "

人参、熟地者,治世之良相也;附子、大黄者,乱世之良将也

"โสมคน กับ สูตี้ คือ อำมาตย์ที่ดี ในยามบ้านทำให้บ้านเมืองสงบ แต่ ฟู่จื่อ กับ ต้าหวง (ที่ว่ามีพิษร้าย) ก็เป็นขุนศึกที่ดีในยามบ้านเมืองเกิดสงคราม เพราะย่อมออกรบปกป้องบ้านเมืองได้" ตามที่ได้กล่าวไว้ แพทย์จีนรักษาคนบนพื้นฐานของ เวลา ด้วย เวลาต่างกัน โรคเดียวกัน คนเดียวกัน อาการเดียวกัน อาจจะต้องรักษาต่างกัน ใช้ยาต่างกัน

.

สรุปแล้วเราควรทำอย่างไร กับ หญ้าปักกิ่ง

คำตอบไม่ใช่ "ทิ้งไปเลย" และไม่ใช่ "กินเถอะ ไม่เสียหาย ไม่เป็นไรหรอก" คำตอบคือ จัดให้สมุนไพรชนิดนี้ หรือ ชนิดอื่นๆก็ตาม อยู่ในที่ที่ถูกต้อง

สิ่งที่หญ้าปักกิ่งเป็น คือ: พืชสมุนไพรที่มีสารออกฤทธิ์น่าสนใจ มีศักยภาพในการวิจัยต่อยอด และเป็นความหวังของวงการเภสัชศาสตร์ไทยที่ควรได้รับการสนับสนุนให้ศึกษาต่อจนถึงระดับคลินิก และหญ้าปักกิ่งไม่ได้มีชื่อนี้ในตำราแพทย์จีนด้วย ชื่อจริงๆของเขาคือ หญ้าแอกวัว ขอให้ระวังการเปลี่ยนชื่อ หรือการส่งเสริมการใช้สมุนไพรใดๆด้วยการแต่งชื่อให้สวย ให้ดูน่าเชื่อถือ ว่ามีสรรพคุณเช่นว่านั้นจริงหรือไม่ หญ้านี้ บางทีในไทยให้ชื่อว่า หญ้าเทวดา หรือ หญ้าหลินจือ (灵芝草) ก็มี ซึ่งก็ไม่มีหญ้าใดในตำราจีนที่มีชื่อนี้ 

สิ่งที่หญ้าปักกิ่งไม่ได้เป็น คือ: หญ้าปักกิ่งหรือ หญ้าแอกวัว ไม่ได้เป็น ยารักษามะเร็ง และไม่ใช่สิ่งที่ควรใช้แทนหรือชะลอการรักษาตามมาตรฐานการแพทย์แผนปัจจุบัน เช่น การให้เคโม หรือ การเข้ารับการผ่าตัด หรือรักษามะเร็งที่ควรจะเป็นจริงๆ เพื่อรักษาชีวิตของคนไข้

.

หลักปฏิบัติที่ปลอดภัยที่สุด สำหรับผู้ป่วยและครอบครัว สำหรับโรคมะเร็ง หรือเนื้องอก

1.อย่าหยุดหรือเลื่อนการรักษาหลัก ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัด เคมีบำบัด หรือฉายรังสี เพื่อรอผลของสมุนไพร

2.เลือกรับประทานอาหารเป็นยา หรือ หาอาหาร ผัก และ ผลไม้ ที่มีส่วนช่วยในการบรรเทา หรือช่วยบรรเทาอาการข้างเคียงของ เคมีบำบัด หรือ การฉายรังสี จนกว่าการรักษาดังกล่าวเสร็จแล้ว หรือ หมดการรักษา หรือ ต้องการรักษาด้วยสมุนไพรอย่างจริงจังเช่นนี้ควรปรึกษาแพทย์ที่มีความรู้ด้านสมุนไพรจริงๆ

3.บอกแพทย์เสมอ ว่ากำลังใช้สมุนไพรอะไรอยู่ เพราะสมุนไพรบางชนิดอาจส่งผลต่อยาเคมีบำบัดได้ จากประสบการณ์ผม โดยมากในไทย แพทย์แผนปัจจุบันจะไม่ให้ผู้ป่วยทานยาจีน หรือฝังเข็มเลยในระหว่างการรักษานี้ ผู้ป่วยจึงควรเลือกสถานพยาบาล แพทย์ หรือ เลือกแผนการรักษาที่ดีที่สุด

4.ระวังเป็นพิเศษ หากท่าน มีโรคไต ประวัตินิ่ว โรคหัวใจ หรือกำลังใช้ยาที่มีผลต่อไต ผลต่อนิ่ว ผลต่อปัสสาวะ และยาที่มีผลต่อหัวใจ

5.ระวังคำว่า "รักษาหายขาด" ทุกครั้งที่เห็นคำนี้คู่กับสมุนไพรและมะเร็ง ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อน แล้วทำการศึกษาค้นคว้าอย่างจริงจัง เพื่อตัวท่านเองและครอบครัว

.

ความปรารถนาดีมีเมตตามีน้ำใจเป็นสิ่งที่น่ายกย่อง ซึ่งถ้าประกอบด้วยความจริง ความใส่ใจและความประณีตจะยิ่งงดงามน่าสรรเสริญ เป็นผลดีทุกฝ่าย

คนที่แจกหญ้าปักกิ่งฟรีให้ผู้ป่วยมาหลายสิบปี ทำด้วยความเมตตา เรื่องนี้น่าชื่นชม

คนที่แชร์ต่อในไลน์กลุ่ม ก็ทำเพราะรักคนในครอบครัว หรือปรารถนาดีแก่คนในสังคม เรื่องนี้ก็น่าชมเชย

แต่ในเรื่องมะเร็ง ความปรารถนาดีที่ไม่มีหลักฐานรองรับ อาจกลายเป็นสิ่งที่พรากเวลาสำคัญที่สุดของคนที่เรารักไปได้

การเคารพภูมิปัญญาสมุนไพรที่แท้จริง จึงไม่ใช่การเชื่อทุกอย่างที่ถูกส่งต่อมา แต่คือการใช้อย่างมีความรู้ คนโบราณของไทยแทบทุกบ้านจะมีตำรายาประจำบ้านสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นพอๆกับของจีนที่มีบันทึกนามสกุลแซ่ หรือ ตำรายา ตำราอาหารในบ้าน เราควรใช้อย่างรู้คุณค่า ประโยชน์ และโทษภัยด้วยความระมัดระวัง ตลอดจนการผลักดันให้ได้รับการวิจัยอย่างจริงจังจนถึงขั้นพิสูจน์ได้ เพื่อวันหนึ่ง เราจะได้พูดถึงยาสมุนไพรด้วยความมั่นใจ ไม่ใช่ด้วยความหวังเพียงอย่างเดียว

นั่นคือความเคารพ และความรักที่เราจะมอบให้ทั้งสมุนไพร และคนที่กำลังป่วยได้

คุณเคยได้รับข้อมูลสมุนไพรรักษาโรคร้ายจากคนที่หวังดีกับคุณไหม? และคุณรับมือกับมันอย่างไร — เชื่อ ปฏิเสธ หรือหาทางตรวจสอบ? มาแลกเปลี่ยนกันด้านล่างครับ เพราะบางที บทสนทนานี้อาจช่วยใครสักคนที่กำลังตัดสินใจอยู่พอดี

#หญ้าปักกิ่ง #MurdanniaLoriformis #สมุนไพรกับมะเร็ง #เชื่ออย่างมีหลักฐาน #อย่าหยุดการรักษาหลัก

.

เชิงอรรถและแหล่งอ้างอิง

¹ "หญ้าปักกิ่ง" บทความความรู้ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (pharmacy.mahidol.ac.th) — ระบุหน่วยงานและช่วงปีที่สนับสนุนงานวิจัย

² Jiratchariyakul W. et al. "Investigation of anticancer components from Murdannia loriformis." Thai Journal of Pharmacology (1998)

³ Jiratchariyakul W. et al. และ Koontongkaew S. et al. — ความเป็นพิษต่อเซลล์มะเร็งเต้านม ลำไส้ใหญ่ ปอด และตับ ที่ 8, 14.5, 12, 25 µg/mL (อ้างใน Che Sulaiman et al., 2021)

⁴ Jiratchariyakul W. et al. "Immunomodulatory effect and quantitation of a cytotoxic glycosphingolipid from Murdannia loriformis." Journal of Natural Medicines 60(3): 210–216 (2006)

⁵ Kunnaja P. et al. "Evaluation of anti-inflammatory, analgesic, and antipyretic activities of the ethanol extract from Murdannia loriformis." BioImpacts (2014) — การทดลองในหนู

⁶ Kunnaja P. et al. "Evaluation of gastroprotective potential of the ethanol extract from Murdannia loriformis in rats." (2015)

⁷ Vinitketkumnuen U. et al. Mutation Research (1999) และ Intiyot Y. et al. Journal of Medical Investigation (2002) — ฤทธิ์ต้านการก่อกลายพันธุ์ในหนู

⁸ Che Sulaiman I.S., Mohamad A., Ahmed O.H. "Murdannia loriformis: A Review of Ethnomedicinal Uses, Phytochemistry, Pharmacology, Contemporary Application, and Toxicology." Evidence-Based Complementary and Alternative Medicine (2021), DOI: 10.1155/2021/9976202 — งานทบทวนฉบับครอบคลุม ระบุทั้งข้อสรุปว่าข้อมูลยังไม่เพียงพอ ปริมาณออกซาเลต 89.50 ppm/g และข้อกังวลเรื่องผลกดเซลล์ภูมิคุ้มกันที่ความเข้มข้นสูง

⁹ "ข่าวปลอม อย่าแชร์! น้ำปั่นใบสดหญ้าปักกิ่ง รักษามะเร็งน้ำเหลือง" — ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย ร่วมกับสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ (antifakenewscenter.com)

¹⁰ "ข่าวปลอม ผักปลาบและหญ้าปักกิ่งรักษามะเร็ง" — กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข, เผยแพร่ผ่าน Hfocus.org (2563) โดยนายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ และนายแพทย์จินดา โรจนเมธินทร์ ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ

¹¹ 《中华本草》 (จงหัวเปิ่นเฉ่า — ประมวลสมุนไพรจีน) หัวข้อ 牛轭草 (หนิวเอ้อเฉ่า) — บันทึกฤทธิ์เย็น รสหวานจืดขมเล็กน้อย สรรพคุณระบายความร้อน ระงับไอ ขับพิษ ขับปัสสาวะ ข้อบ่งใช้ไข้สูงในเด็ก ไอจากปอดร้อน ตาแดงบวมเจ็บ บิดร้อน ฝีหนอง ปัสสาวะขัด ขนาดต้มดื่ม 15–30 กรัม — ข้อความต้นฉบับ: 「性寒,味甘、淡、微苦;清热止咳;解毒;利尿。主小儿高热;肺热咳嗽;目赤肿痛;热痢;疮痈肿毒;热淋;小便不利。内服:煎汤,15-30g。外用:适量,捣敷」 (อ้างอิงผ่านฐานข้อมูลสมุนไพรจีน zysj.com.cn และ zhzyw.com) — ข้อควรระวังสำหรับผู้มีภาวะม้ามและกระเพาะเย็นพร่อง เป็นหลักทั่วไปของสมุนไพรฤทธิ์เย็นในเภสัชกรรมจีน

¹² 《四川中药志》 (ตำรายาจีนแห่งเสฉวน) ฉบับปี ค.ศ. 1982 — บันทึกสรรพคุณไว้ว่า 「清热,解毒,利尿。用于肺热咳嗽,目赤肿痛,疮疖肿毒,热淋,小便不利」 (ระบายความร้อน ขับพิษ ขับปัสสาวะ ใช้กับไอจากปอดร้อน ตาแดงบวมเจ็บ ฝีหนอง ปัสสาวะขัด ปัสสาวะไม่คล่อง) พร้อมตำรับผสม 3 สูตร โดยเรียกสมุนไพรนี้ว่า 狭叶水竹叶 (ชื่อพฤกษศาสตร์ Murdannia loriformis) — ตำรับทั้งสามไม่มีข้อบ่งใช้เกี่ยวกับมะเร็ง

หมายเหตุ: บทความนี้มุ่งให้ความรู้เชิงหลักฐานทางวิชาการ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล ผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์ผู้รักษาก่อนใช้สมุนไพรทุกชนิดเสมอ

 
 
 

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด
คัมภีร์จรกสัมหิตา (Charaka Samhita)

คัมภีร์ จรกสัมหิตา มีท่าน มหาฤา อัคนิเวศ (Agnivesha) บันทึกไว้ จากนั้น ท่านจรกะ (Charaka) แพทย์หลวงผู้ยิ่งใหญ่ได้นำมารวบรวมและปรับปรุงใหม่ (ช่วงประมาณ 100-200 ปีก่อนคริสตกาล หรือเกือบ 2,200 ปีมาแล้ว เ

 
 
 
อวัยวะทั้งห้า

อวัยวะทั้งห้า หรือ อู่จ้าง ในตำราแพทย์จีนนั้น ไม่ได้แปลว่า เป็นตัวอวัยวะอย่างเดียว คือ หัวใจ ปอด ตับ ม้าม และไต ไม่ได้แปลว่า ก้อน หรือตัวอวัยวะเช่นว่าเพียงอย่างเดียว แต่ในหลายบริบทโดยมาก หมายความรวมถึ

 
 
 

ความคิดเห็น


ไม่สามารถแสดงความคิดเห็นในโพสต์นี้ได้แล้ว เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อเจ้าของเว็บไซต์

Subscribe Here for News & Updates

LINE   @suvet

© SUVET OSOT WEBSITE  -  2035 by Healthy Together. 

bottom of page